บริษัทไวรัสไซเบอร์เทคโน บริษัทเทรนด์ไมโคร ได้เปิดตัวส่วนขยาย Google Chrome ซึ่งรู้จักกันดีในเรื่องทำเหมืองแร่ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

Dubbed FacexWorm กล่าวว่า ความสามารถในการขยายขีดความสามารถที่เป็นอันตรายได้ถูกขโมยไป เพื่อขโมยข้อมูลรับรองผู้ใช้ Google, MyMonero และ Coinhive  โดยรวมจะเป็นการส่งเสริมการหลอกลวง ซึ่งทำให้ผู้ใช้แอบส่ง Ethereum ไปยังกระเป๋าสตางค์ของผู้บุกรุกและความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมการทำเหมืองข้อมูลใน cryptocurrency

นอกจากนี้ Trend Micro ยังมีความสามารถในการลักลอบการทำธุรกรรม cryptocurrency ในตลาดหุ้นสำคัญ ๆ เช่น Poloniex, HitBTC, Bitfinex, Ethfinex, Binance นอกเหนือจาก Blockchain’s (เดิมคือ Blockchain.info)

เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 มัลแวร์เริ่มใช้ Facebook Messenger เพื่อส่งลิงก์ที่เป็นอันตรายซึ่งเมื่อคลิกแล้วผู้โจมตีสามารถเข้าถึงบัญชี Facebook ของผู้ใช้ในขณะที่ติดไวรัสระบบปฏิบัติการของตน FacexWorm ปรากฏตัวขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของปีนี้

Trend Micro ได้ค้นพบการทำธุรกรรม Bitcoin ที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้ระบุมูลค่าของปล้นที่ได้รับจากการทำเหมืองข้อมูลลับๆ

บริษัท รายงานว่า Chrome นำออกส่วนขยาย FacexWorm หลายแบบก่อนที่จะมีการค้นพบของ Trend Micro และ Facebook Messenger ก็สามารถตรวจจับและปิดกั้นการเชื่อมโยงที่ร้ายกาจที่มัลแวร์ใช้

Chrome ได้ห้ามการขยายการทำเหมืองแร่ cryptocurrency จากเว็บสโตร์ในช่วงต้นเดือนเมษายน

Trend Micro ให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้ในการ “คิดก่อนใช้งานร่วมกันระมัดระวังเรื่องข้อความที่ไม่พึงประสงค์หรือข้อความที่น่าสงสัยและเปิดใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับบัญชีโซเชียลมีเดียของคุณ”

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here